
“ทำอย่างไรกันดี”…เมื่อความเจริญทางวัตถุไม่อาจเปลี่ยนแปลงการหากินเเบบนี้ได้[ข่าวนครสวรรค์]
ในพื้นที่นครสวรรค์บ้านเรา หากใครไม่เคยเจอ คนเเต่งตัวคล้ายพระภิกษุสงฆ์นำถังสีส้มๆมาวาง เเล้วกล่าวอ้างว่ามาบอกบุญ ถือว่า โชคดีมาก!!
เพราะไม่ว่าใครก็ตามเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง ความรู้สึกเเรกที่เกิดขึ้นคือ “อะไรวะเนี่ย” / “พระจริงป่าววะ” / “วัดนี้อีกเเล้วเหรอ” / “จะสร้างอะไรกันบ่อยป่านนี้เต็มวัดหมดเเล้วมั้ง” คำถามเหล่านี้มันจะผุดขึ้นมาในหัวมากมาย เเล้วสิ่งที่จะรู้สึกตามมาก็คือ “ถ้าเราไม่ทำบุญจะบาปไหม” มันเป็นการยัดเยียดความเป็นพุทธศาสนิกชนที่ไม่ดีให้เรา ทั้งๆที่เราอยู่บ้านเฉยๆ
เรื่องนี้ร้องเรียนมายังที่ “ข่าวนครสวรรค์” บ่อยมาก จนกระทั่งครั้งนึง ทีมข่าวของเราได้เคยไปพูดคุยกับ สำนักพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ เเละทางผู้อำนวยการ(คนเก่า) ก็ออกมาพูดคุยกับทีมข่าวเอง สนทนากันถึงปัญหานี้ทั้งรูปภาพเเละคลิปวีดีโอของรูปแบบการทำมาหากินเบบนี้ ทางผู้อำนวยการเองก็รวบรวมข้อมูลต่างๆมาให้ทีมข่าวเรา
สรุปได้ว่า ทางสำนักพุทธศาสนานครสวรรค์ ไม่อนุญาตให้ทางวัด หรือ สำนักสงฆ์ออกเรี่ยไรในรูปแบบนี้ เเต่จะมีบางสำนักสงฆ์เท่านั้นที่ยังคงทำพฤติกรรมเเบบนี้ เพราะถือว่าไม่ได้เป็นวัด เป็นเเค่สำนักสงฆ์เท่านั้น ไม่มีความจำเป็นใดๆต้องอยู่ภายใต้กฎหรือระเบียบของสำนักพุทธ
นอกจากนั้นทีมข่าวยังได้รับรายงานกับคนที่เคยอยู่ในขบวนการนี้ว่า เป็นไปไม่ได้ที่ทางสำนักสงฆ์ที่ถูกแอบอางชื่อในซอง ในถังผ้าป่า จะไม่รู้เรื่องเพราะ ในตอนที่ตนเองยังร่วมขบวนการนี้อยู่ ตนเองต้องเอาส่วนเเบ่งไปแบ่งให้กับ พระภิกษุสงฆ์จริงๆด้วย เเต่ที่ออกไปเรี่ยไรตามถนนหนทางเนี่ยส่วนมากคือ “พระเก๊” ทั้งนั้น ร้านไหนบ้านไหนไม่สนับสนุนก็ไม่เป็นไรเพราะลงทุนน้อยมาก เเค่ถังเดียวหากมีคนทำบุญมาหักค่าใช้จ่ายกับถังที่เสียๆไปก็กำไรเเล้ว
ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนควรรู้ไว้ก็คือ
– ทางสำนักพุทธไม่ได้มีนโนบายให้ออกเรี่ยไร
– หากมีหลักฐานชัดเจนว่าหลอกลวง เช่น ไม่ได้เป็นพระจริงๆ ให้เเจ้งตำรวจจับได้เลย
– ไม่สนับสนุน โดยการไม่ทำบุญ
แหละนี่เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า “เเม้ว่าโลกของเราจะเจริญทางด้านวัตถุไปก้าวไกลขนาดไหน กลุ่มคนที่คิดจะหากินกับความเชื่อ ความศรัทธา หากินเเบบนี้ยังคงไม่เลือนหายไปจากสังคมเราได้เลย”




