
ทำความรู้จักกับ “ทนายศรัญ” ผู้เสนอตัวเป็นส.ส.เขต1ปากน้ำโพ ในนามพรรค “อนาคตใหม่” [ข่าวนครสวรรค์]

แอดพยายามจะหาข้อมูลของผู้สมัคร ส.ส. ทุกคน ทุกเบอร์ ทุกพรรค มานำเสนอให้พี่น้องชาวนครสวรรค์เสพข้อมูลให้มากที่สุด เเละ ให้เยอะที่สุด แบบเป็นข้อเท็จจริง ไม่มีการเอนเอียงหรือเลือกที่รักมักที่ชังแต่อย่างใด วันนี้ขอนำเสนอ “ทนายศรัญ ฤกษ์อัตการ” ผู้สมัครเขต 1 นครสวรรค์ หมายเลข 3 พรรคอนาคตใหม่
ทนายศรัญ เคยลงสู่สนามการเมืองท้องถิ่นมาเเล้ว 1 ครั้ง ในครั้งนั้นชิงเก้าอี้ ส.จ. เเต่สอบตกไป
ทนายศรัญ ฤกษ์อัตการ อายุ 37 ปี เป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์โดยกำเนิด
ครอบครัวค้าขายอุปกรณ์ก่อสร้าง รายแรกๆของจังหวัดนครสวรรค์ มีเชื่อสายจีน ชื่อเล่นว่า เข้งฮั้ง แปลว่าความร่วมมือกัน
จบการศึกษามัธยมปลายจากโรงเรียนนครสวรรค์
ระดับปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ประกอบอาชีพทนายความ เปิดสำนักงานของตัวเองมาตั้งแต่ปี 2552
——————-
บทสัมภาษณ์ที่ให้กับ ข่าวนครสวรรค์.com
สาเหตุที่ตัดสินใจเสนอตัวเองมาลงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้เพราะมองเห็นว่า
ชีวิตอยู่ตรงกลางของช่วงเวลาแห่งความล้าหลังและความทันสมัย
อยู่ตรงกลางของช่วงวัยของความเป็นรุ่นเก่าและรุ่นใหม่
อยู่ตรงกลางระหว่างราชการและราษฎร์
อยู่กึ่งกลางในปัญหาของส่วนบุคคลและส่วนรวม
อยู่ทันช่วงเวลาแห่งความคลาสสิคและความทันสมัย
ฐานะความเป็นอยู่กลางๆ ใช้ของแพงของถูกได้แบบทั้งเจ้าสัวหรือนักศึกษา
เข้าหาได้ทั้งนักโทษหรือผู้พิพากษา
ในความอยู่ตรงกลางของความเหลื่อมล้ำของสังคม มองเห็นทางแก้ปัญหาแบบง่ายๆ แค่เสนอตัวเข้าไปเป็นคนกลางของสิ่งต่างๆเหล่านั้น
พาคนว่างงานไปพบโอกาส พาคนสิ้นหวังไปหาแรงบันดาลใจ พาคนมีปัญหาไปหาที่ปรึกษา เพิ่มความมั่นใจให้คนธรรมดาในสังคม
เพิ่มกิจกรรมให้ผู้คนในสังคม
สร้างสนามแล้ว ต้องสร้างกิจกรรมแข่งขัน หาบทบาทที่ตรงกับความเป็นคนเหล่านั้น
การเมืองมาช่วยเติมเต็มสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ ผมอาจเปลี่ยนแปลงการเมืองในทันทีไม่ได้ แต่ผมเชิญชวนทุกๆคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของ การ(เรียนรู้บ้านเรียนรู้)เมือง(ของเราเพื่อทุกๆคนรอบข้าง) ได้
ไม่มีครั้งไหน ที่โอกาสจะเปิดกว้างให้คนธรรมดาๆเท่าครั้งนี้ ขอโอกาสผมในฐานะลูก หลาน เพื่อน พี่ น้องของทุกๆคนในจังหวัดนครสวรรค์ของเราได้ลองเปลี่ยนบ้านเปลี่ยนเมืองสักครั้งนะครับ ผมจะทำทุกสิ่งทุกอย่าง ให้ส่วนรวมของสังคมดีขึ้น
สาเหตุที่ตัดสินใจเสนอตัวเองมาลงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้เพราะมองเห็นว่า ปัญหาจากความเหลื่อมล้ำแก้ไขได้ด้วยคนธรรมดา การเข้าถึงปัญหาเล็กๆรายบุคคล เพื่อเข้าใจความเป็นนครสวรรค์อย่างแท้จริง



